ใครต่อใครที่ได้พบเห็นก็ต้องรู้สึกอึ้งและประหลาดใจกับปรากฏการณ์ที่มีหลุมยักษ์เกิดขึ้นมาบนโลก ทั้งที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ทั้งนี้หลุมใหญ่ ๆ ทั่วโลกได้มีการรวบรวมเอาไว้ถึง 9 หลุมด้วยกัน มีดังนี้
9. หลุมยักษ์กลางกัวเตมาลา ปี 2010
หลุมนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงกัวเตมาลา ซิตี้ เมืองหลวงของประเทศกัวเตมาลา ภายหลังพายุโซนร้อน "อกาธา" ที่พัดถล่ม
"อกาธา" เป็นพายุโซนร้อนลูกแรกของฤดูเฮอริเคน ในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันออกของปีนี้ ทำให้พื้นดินในเมืองกัวเตมาลาซิตี้ เมืองหลวงของกัวเตมาลายุบตัวลงเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ปากหลุมมีความกว้าง 18 เมตร และลึกราว 30 เมตร
8. หลุมยักษ์กลางกัวเตมาลา ปี 2007
เป็นหลุมจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกลางกัวเตมาลา มีความลึกประมาณ 100 เมตร ดูดเอาบ้านนับสิบหลังให้หายวับไปกับตาได้อย่างรวดเร็วในขณะนั้น
7. เหมือง Diavik ประเทศแคนาดา
เป็นอีกหนึ่งเหมืองเพชรที่ขุดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์
6. Glory Hole หลุมยักษ์หลุมนี้อยู่กลางเขื่อนมอลติเชลโล แคลิฟอร์เนีย
เป็นหลุมขนาดยักษ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นสร้างขึ้นเพื่อไว้สำหรับควบคุมการระบายกระแสน้ำน้ำจากเขื่อนไปยังพื้นที่ต่ำกว่า หลุมระบายน้ำหรือที่เรียกว่า spillway นี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำล้นเขื่อนหรือพังทำลายเขื่อนถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดสิ่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
เขื่อนมอนติเซลโล MONTICELLO DAM เป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่ในเขตนาปา เคาท์ตี้ แคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา สร้างขึ้นระหว่งปี1953 - 1957เป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งที่มีความสูงขนาดกลาง 304 ฟุต(93เมตร) ความยาวของสันเขื่อน 1023ฟุต( 312เมตร)
5. เหมือง Bingham Canyon หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Kennecott Copper อยู่ในซอลท์เลค ยูทา
เป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1906 มีขนาดปากหลุมกว้าง 4 กิโลเมตร ลึก 1.2 กิโลเมตร ได้รับการยอมรับว่าเป็นหลุมที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
4. Kimberley Big Hole หรือ เหมืองเพชร Kimberley ในแอฟริกาใต้
คิมเบอร์ลี เป็นหลุมซึ่งเกิดจากการขุดเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นหลุมที่มีปากหลุมกว้าง 463 ลึกถึง 525 เมตร ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุให้แอฟริกาใต้มีแร่ทองคำ และแพลทตินั่มมากถึง 70% ของโลก และเป็นประเทศ ผู้ส่งออกเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกเลยทีเดียว
หลุมเพชรอีกแห่งหนึ่งที่เริ่มขุดเมื่อปี ค.ศ. 1871 และสิ้นสุดการขุดเมื่อปี ค.ศ. 1914 เมตรส่วนเพชรที่ได้จากการขุดหลุมนี้ มีน้ำหนักถึง 2,720 กิโลกรัม หรือเกือบ ๆ 3 ตัน เลยทีเดียว
เนื่องจากคิมเบอร์ลี เป็นเมืองหลวงของจังหวัดนอร์ธเคป สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิต เพชรคุณภาพสูงอีกแห่งหนึ่ง
เนื่องจากคิมเบอร์ลี เป็นเมืองหลวงของจังหวัดนอร์ธเคป สถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิต เพชรคุณภาพสูงอีกแห่งหนึ่ง
3. เหมือง Mirny ทางตะวันออกของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย
เป็นหลุมเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มขุดเมื่อปี ค.ศ. 1957 และปิดตัวลงเมื่อ 10 ปีก่อน มีขนาดปากหลุมกว้าง 1.2 กิโลเมตร และลึก 525 เมตร ขุดเพชรได้ประมาณ 10 ล้านกะรัตต่อปี และนอกจากนี้ หลุมนี้ยังมีแรงดึงดูดที่สามารถทำให้เครื่องบินชนกันได้อย่างง่าย ๆ ดังนั้น จึงมีการออกกฎห้ามไม่ให้เครื่องบินบินผ่านหลุมนี้
2. ประตูนรก อุเบกิซสถาน
เป็นหลุมแก๊สพิษขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เมืองดาร์วาซ ของประเทศอุเบกิซสถาน ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ 35 ปีก่อน และเนื่องจากเป็นหลุมที่ประกอบด้วยแก๊สพิษมากมาย เมื่อนักธรณีวิทยาได้ทำการขุดเจาะหาก๊าซอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้พื้นดิน ซึ่งมันใหญ่มาก ใหญ่ซะจนกลืนกินเครื่องมือในการขุดเจาะของพวกเขาไปจนหมด นักธรณีวิทยาเหล่านั้นไม่มีใครกล้าลงไปในหลุมเพราะมันเต็มไปด้วยแก๊สพิษ ดังนั้นพวกเขาจึงจุดไฟเพื่อที่จะเผาไหม้แก๊สให้หมดไป แต่!!!จนถึงตอนนี้ 35 ปีแล้วไฟที่จุดยังไม่เคยดับลงแม้แต่วินาทีเดียว และไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะดับลงเมื่อไหร่ อีกทั้งไม่มีใครกล้าลงไปสำรวจทำให้หลุมนี้ถูกเรียกว่าเป็นประตูนรกของโลก
1. หลุมเกรทบลูโฮลThe Great Blue Hole ประเทศเบลิส
The Great Blue Hole คือหลุมขนาดยักษ์ที่จมอยู่ใต้น้ำนอกชายฝั่งของ Belize ตั้งอยู่ใกล้เขตศูนย์กลางของ Lighthouse Reef ซึ่งเป็นเกาะปะการังขนาดย่อม
ประมาณ 100 กม. (62 ไมล์) จากชายฝั่งเมืองBelize เขตพื้นที่แนวหินโสโครกนี้ทอดตัวยาว
ประมาณ 1,000 ฟุต และเป็นที่อยู่สุดสบายของปะการังจึงทำให้เขตนี้เป็นเขตปะการัง
ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ประมาณ 100 กม. (62 ไมล์) จากชายฝั่งเมือง
ประมาณ 1,000 ฟุต และเป็นที่อยู่สุดสบายของปะการังจึงทำให้เขตนี้เป็นเขตปะการัง
ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
The Great Blue Hole นี้มีขนาดกว้างประมาณ 300 ม.(984 ฟุต)
และลึกประมาณ 125 ม.(410 ฟุต) รูปร่างของหลุมเป็นลักษณะเหมือนถ้ำ
สันนิษฐานกันว่ามันก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง ซึ่งระดับน้ำทะเลในขณะนั้นอยู่ที่
ประมาณ 100-120 ม. (330-390 ฟุต) ซึ่งต่ำกว่าในปัจจุบัน
โดยคาดว่าแรกเริ่มเดิมทีมันเคยเป็นถ้ำหิน Limestone มาก่อน
ต่อมาพอระดับน้ำทะเลสูงขึ้นก็เลยท่วมถ้ำจนหมด เพดานถ้ำโดนน้ำเซาะจนพังทลาย
และยุบตัวซ้ำๆ จนกลายเป็นหลุมกลวงโบ๋อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
โดยมีอุณหภูมิที่ความลึก 130 ฟุต (40 เมตร) ประมาณ 76 องศา F (24 C) ตลอดทั้งปี
และลึกประมาณ 125 ม.(410 ฟุต) รูปร่างของหลุมเป็นลักษณะเหมือนถ้ำ
สันนิษฐานกันว่ามันก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง ซึ่งระดับน้ำทะเลในขณะนั้นอยู่ที่
ประมาณ 100-120 ม. (330-390 ฟุต) ซึ่งต่ำกว่าในปัจจุบัน
โดยคาดว่าแรกเริ่มเดิมทีมันเคยเป็นถ้ำหิน Limestone มาก่อน
ต่อมาพอระดับน้ำทะเลสูงขึ้นก็เลยท่วมถ้ำจนหมด เพดานถ้ำโดนน้ำเซาะจนพังทลาย
และยุบตัวซ้ำๆ จนกลายเป็นหลุมกลวงโบ๋อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
โดยมีอุณหภูมิที่ความลึก 130 ฟุต (40 เมตร) ประมาณ 76 องศา F (24 C) ตลอดทั้งปี
The Great Blue Hole ยังเป็นสุสานของนักดำน้ำมากมายด้วย สาเหตุของการตายของนักดำน้ำเพราะที่ระยะ 60 ม.
นักดำน้ำจะเกิดอาการ Nitrogen narcosis ทำให้หมดสติได้ ประกอบกับปากอุโมงค์
เห็นยากเพราะมีลักษณะเป็นหลุมที่ลึกและมืด ทำให้นักดำน้ำที่ยังอยากลงไป
พบจุดจบมากต่อมากแล้ว แต่ยังมีนักประดาน้ำจัดอันดับให้มันเป็น 1 ใน 7
สถานที่ดำน้ำประเภทที่สุดของโลก
นักดำน้ำจะเกิดอาการ Nitrogen narcosis ทำให้หมดสติได้ ประกอบกับปากอุโมงค์
เห็นยากเพราะมีลักษณะเป็นหลุมที่ลึกและมืด ทำให้นักดำน้ำที่ยังอยากลงไป
พบจุดจบมากต่อมากแล้ว แต่ยังมีนักประดาน้ำจัดอันดับให้มันเป็น 1 ใน 7
สถานที่ดำน้ำประเภทที่สุดของโลก
Nitrogen Narcosis หรือที่เรียกว่า เมาไนโตรเจน จะเกิดขณะที่เราดำน้ำภายใต้ความลึก
ยิ่งความลึกเพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ ความกดดันจะเพิ่มขึ้นทุกความลึกที่ 10 ม., 20 ม. ,30 ม.ฯลฯ
การเพิ่มขึ้นของความกดดัน จะเป็นผลให้ Nitrogen
ที่มีอยู่ในอากาศที่เราใช้ในการหายใจ จะละลายเข้าสู่เนื้อเยื่อ
และของเหลวในร่างกายเรา ยิ่งลงไปลึกมาก นานมาก ปริมาณไนโตรเจนก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ไนโตรเจน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมา...
การลอยตัวกลับขึ้นสู่ที่ตื้น อาการดังกล่าวก็จะกลับสู่อาการปกติ...
ยิ่งความลึกเพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ ความกดดันจะเพิ่มขึ้นทุกความลึกที่ 10 ม., 20 ม. ,30 ม.ฯลฯ
การเพิ่มขึ้นของความกดดัน จะเป็นผลให้ Nitrogen
ที่มีอยู่ในอากาศที่เราใช้ในการหายใจ จะละลายเข้าสู่เนื้อเยื่อ
และของเหลวในร่างกายเรา ยิ่งลงไปลึกมาก นานมาก ปริมาณไนโตรเจนก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ไนโตรเจน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมา...
การลอยตัวกลับขึ้นสู่ที่ตื้น อาการดังกล่าวก็จะกลับสู่อาการปกติ...
ฉะนั้น The Great Blue Hole ถือเป็นหลุมตามธรรมชาติที่ใหญ่และน่ากลัวที่สุดในโลกและแม้ว่าหลุมนี้จะเป็นหลุมที่น่ากลัวที่สุดและคร่าชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่บริเวณนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของนักประดาน้ำที่ชอบความท้าทายอยู่ไม่น้อย









อยากไปเที่ยวจัง
ตอบลบ